Committee

 


ศาสตราจารย์พิเศษอารี สุทธิพันธุ์

d

 

ศาสตราจารย์พิเศษอารี สุทธิพันธุ์ เป็นผู้ทรงคุณวุฒิที่เป็นทั้งครูศิลปะ นักวิชาการ นักคิด นักสร้างสรรค์และศิลปินเขียนภาพ หลังจากที่ได้สำเร็จการศึกษาด้านศิลปะจากมหาวิทยาลัยอินเดียนา บลูมิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา ท่านได้เข้ารับราชการเป็นอาจารย์ประจำ ณ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ในปีพ.ศ. 2511 ท่านได้เป็นผู้บุกเบิกให้เปิดสาขาวิชาศิลปศึกษาขึ้นเป็นแห่งแรกของประเทศไทย ซึ่งต่อมาได้พัฒนาเป็นวิชาเอกของคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒในปัจจุบัน

 

ตลอดระยะเวลาที่รับราชการเป็นครูสอนศิลปะกว่า 34 ปี ศาสตราจารย์พิเศษอารี สุทธิพันธุ์มุ่งมั่นกับการพัฒนาการเรียนการสอนศิลปะ และได้ผลิตผลงานทางวิชาการ ตลอดจนตำราศิลปะมากมาย เช่น ผลึกความคิดศิลปะ มนุษย์กับจินตนาการ ทัศนศิลป์กับความงาม ประสบการณ์สุนทรียะ ฯลฯ ทั้งยังมีแบบเรียนศิลปศึกษา ป.1-6 แบบเรียนทัศนศิลปศึกษา 101, 102, 205, 206 แบบเรียนศิลปนิยม แบบเรียนการวาดเขียน แบบเรียนจิตรกรรม นอกจากนี้ยังมีผลงานเขียนบทความและเอกสารประกอบ การสอน และบทความทางด้านศิลปะปรากฏในหนังสือพิมพ์ รวมทั้งในสูจิบัตรนิทรรศการศิลปกรรมทั่วไปอีกมากมายด้วย

 

แม้ศาสตราจารย์พิเศษอารี สุทธิพันธุ์ จะประกาศตัวว่า "ผมเป็นครูศิลปะ ผมไม่ใช่ศิลปิน" แต่ท่านยังคงทุ่มเทให้กับ การผลิตผลงานศิลปะอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ ท่านมีความสนใจและมีผลงานที่โดดเด่นคือภาพเกี่ยวกับวัดและภาพผู้หญิงโดยมีแนวคิดว่าวัดคือเป็นแหล่งความรู้ เป็นสถานที่สั่งสมซึ่งความดี ความศรัทธา ความหวัง และความสามัคคีของชุมชน ส่วนผู้หญิงเป็นสัญลักษณ์ของความเอื้ออาทร ความรัก ความอบอุ่น ความอุดมสมบูรณ์ และความเท่าเทียมกัน
ศาสตราจารย์พิเศษอารี สุทธิพันธุ์ยังคงทำงานจิตรกรรมทุกวันโดยกล่าวว่าเป็นครูศิลปะก็ต้องทำงานศิลปะด้วย ต้องศึกษาค้นคว้าทดลองเทคนิคใหม่ๆ ตลอดเวลา ผลงานศิลปะที่ทำนับเป็นการศึกษาค้นคว้าเตรียมการสอน

 

ผลงานจิตรกรรมสีน้ำของท่านได้รับการยอมรับว่าเป็นผลงานที่โดดเด่นระดับต้นๆของประเทศไทยตลอดจนยังมีผลงานนิทรรศการทั้งในประเทศและต่างประเทศอีกจำนวนมาก เช่น จิตรกรรมสีน้ำมัน Action Painting อิทธิพล American Expressionism, ชุดไฟไหม้, ชุดคนสังเคราะห์, ชุดรามเกียรติ์สมัยใหม่ และจิตรกรรมสีน้ำ วัด ทิวทัศน์ และผู้หญิง COLLIWOSPA (Colors, Light, Woman, Space) อีกด้วย
ปัจจุบันศาสตราจารย์พิเศษอารี สุทธิพันธ์ เป็นผู้ทรงคุณวุฒิและครูศิลปะที่ได้รับเชิญเป็นอาจารย์พิเศษให้แก่นิสิตระดับ ปริญญาโทและปริญญาเอกของมหาวิทยาลัยและสถาบันการศึกษาต่างๆ

 



ศาสตราจารย์ ดร.วิรุณ ตั้งเจริญ


ศาสตราจารย์ ดร.วิรุณ ตั้งเจริญเป็นผู้ทรงคุณวุฒิทางด้านศิลปะที่มีความเชี่ยวชาญในด้านจิตรกรรม ทัศนศิลป์ ศิลปวิจารณ์และการจัดการวัฒนธรรม หลังจากสำเร็จการศึกษาสูงสุดในระดับปริญญาเอก สาขาศิลปศึกษาจากมหาวิทยาลัยอิลลินอยส์ ประเทศสหรัฐอเมริกาแล้วได้กลับมารับราชการเป็นอาจารย์ประจำภาควิชาศิลปะและวัฒนธรรม คณะมนุษยศาสตร์ วิทยาลัยวิชาการศึกษาประสานมิตร ซึ่งต่อมาเป็นมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ วิทยาเขตประสานมิตร และได้ย้ายมาสังกัดคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

 

ศาสตราจารย์ ดร.วิรุณ ตั้งเจริญเป็นนักกวิชาการด้านศิลปะที่มีผลงานทางวิชาการทั้งหนังสือ ตำรา เอกสารประกอบการสอน และบทความวิชาการด้านศิลปะต่างๆ เช่น  ทัศนศิลปศึกษา  ศิลปะหลังสมัยใหม่  สุนทรียศาสตร์เพื่อชีวิต และ ประวัติศาสตร์ศิลป์และการออกแบบ  เป็นต้น  ผลงานดังกล่าวได้รับการยอมรับในวงวิชาการศิลปะและได้นำมาใช้เป็นเอกสารอ้างอิงทางวิชาการแก่นิสิต นักศึกษาของมหาวิทยาลัยและสถาบันการศึกษาต่างๆ อย่างกว้างขวาง  นอกจากเอกสารทางวิชาการดังกล่าวแล้ว ท่านยังมีผลงานทางศิลปะที่โดดเด่นจนได้รับรางวัล Mary M. Packwood Awards. Illinois State University, USA. และยังคงสร้างผลงานด้านจิตกรรมอย่างต่อเนื่องดังจะเห็นได้จากการจัดนิทรรศการผลงานด้านจิตรกรรม เช่น นิทรรศการศิลปกรรมร่วมสมัยจิตรกรรมสีน้ำมัน ชุด "รูป นาม ความคิด" จำนวนกว่า 60 ชิ้น และจิตรกรรมสีน้ำ ชุด "40 จิตรกรรมสีน้ำ 2528-2544" เป็นต้น

 

นอกจากบทบาทในฐานะนักวิชาการด้านศิลปะและศิลปินแล้ว ศาสตราจารย์ ดร.วิรุณ ตั้งเจริญ ยังเป็นผู้บริหารที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกล ท่านเป็นผู้สถาปนาคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ  ในช่วงพ.ศ.  2546 – พ.ศ. 2554  ยังดำรงตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ  ทั้งยังได้รับการแต่งตั้งให้ทำงานในหน่วยงานต่างๆ เช่น กรรมการสภาวิจัยแห่งชาติ  สาขาปรัชญา ประธานฝ่ายวิชาการ สมาคมฝ่ายศิลปกรรมไทย (ชมรมศิลปกรรมแห่งประเทศไทย) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิสภาวิชาการ มหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี  ภาคีสมาชิกราชบัณฑิตยสถาน สำนักศิลปกรรม และยังได้รับการแต่งตั้งเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ พ.ศ. 2549 เป็นต้น



ศาสตราจารย์ กิตติคุณ ดร.สุรพล วิรุฬห์รักษ์

 

ศาสตราจารย์ กิตติคุณ ดร.สุรพล วิรุฬห์รักษ์ สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอก สาขา Drama and Theatre จากมหาวิทยาลัยฮาวาย มีความเชี่ยวชาญด้านนาฏยศิลป์การละคร สื่อสารการแสดง การออกแบบฉาก เครื่องแต่งกายละคร การออกแบบด้านแฟชั่น การจัดการทางวัฒนธรรม และสถาปัตยกรรมศาสตร์ 


ศาสตราจารย์ กิตติคุณ ดร.สุรพล วิรุฬห์รักษ์เป็นผู้ที่มีความสามารถและความเชียวชาญทั้งในด้านศาสตร์และศิลป์      ท่านมีบทบาทเป็นทั้งนักวิชาการ ผู้นำทางด้านศิลปการแสดง และผู้บริหาร ในบทบาทของนักวิชาการท่านได้รับประกาศเกียรติคุณเป็นนักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ สาขาปรัชญา ประจำปี 2546  จากสำนักคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติซึ่งให้ไว้แก่นักวิชาการที่อุทิศตนให้กับการวิจัยทางวิชาการหรือสหวิทยาการอย่างต่อเนื่อง มีผลงานวิจัยดีเด่นที่แสดงถึงความคิดริเริ่ม เป็นผู้อุทิศตนให้กับการวิจัย และเป็นผู้มีจริยธรรมของนักวิจัยเป็นที่ยอมรับและยกย่องในวงวิชาการสมควรเป็นแบบอย่างแก่นักวิจัยอื่น นอกจากนี้ท่านยังดำรงตำแหน่งเมธีวิจัยอาวุโส สำนักงานส่งเสริมการวิจัย (สกว.)  ตลอดเวลาที่ปฏิบัติหน้าที่ในฐานะของนักวิชาการท่านได้เสนอผลการค้นคว้าวิจัยและผลิตผลงานทางวิชาการ เช่น งานวิจัยเกี่ยวกับลิเกซึ่งเป็นการแสดงพื้นบ้านของไทย วิวัฒนาการนาฏยศิลป์ไทยสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ (พ.ศ.2325-2477)  นาฏยศิลป์สมัยรัชกาลที่ 9  ซึ่งงานวิจัยดังกล่าวได้ก่อให้เกิดองค์ความรู้ใหม่ๆในด้าน ศิลปศาสตร์ ผลงานทางวิชาการต่างๆได้รับการยอมรับและใช้เป็นเอกสารอ้างอิงทางวิชาการและเป็นเอกสารประกอบการสอนให้แก่นิสิต นักศึกษาในระดับอุดมศึกษาอย่างกว้างขวาง

 

สำหรับบทบาทของผู้บริหารท่านเป็นผู้มีความสามารถและมีประสบการณ์ด้านการบริหารหลายตำแหน่งโดยเคยดำรงตำแหน่งบริหารต่างๆ เช่น รองอธิการบดีฝ่ายวางแผนและพัฒนา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  รองอธิการบดีฝ่ายศิลปวัฒนธรรม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  คณบดีคณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  คณบดีคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  และดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการด้านทัศนศิลป์และศิลปการแสดงของอาเชียนแห่งประเทศไทย เป็นต้น

 

ปัจจุบันท่านเป็นผู้ทรงคุณวุฒิที่ดำรงตำแหน่งราชบัณฑิต ประเภทวิจิตรศิลป์ สาขาวิชานาฏกรรม และที่ปรึกษาสหสาขาวิชาการจัดการทางวัฒนธรรม หลักสูตรศิลปศาสตรมหาบัณฑิต บัณฑิตวิทยาลัย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

 

 

 



ศาสตราจารย์ ดร. รื่นฤทัย สัจจพันธุ์


ศาสตราจารย์ ดร. รื่นฤทัย สัจจพันธุ์เป็นผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความเชี่ยวชาญด้านวรรณคดีไทย วรรณกรรมร่วมสมัย วรรณคดีวิจารณ์  วรรณคดีเปรียบเทียบและการแปลวรรณกรรมอังกฤษ อาจารย์สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกสาขาภาษาไทย จากคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และได้เข้ารับราชการเป็นอาจารย์ประจำภาควิชาภาษาไทย คณะมนุษยศาสตร์  มหาวิทยาลัยรามคำแหง

 

อาจารย์เป็นนักวิชาการที่ผลิตผลงานทางวิชาการหนังสือและตำราเกี่ยวกับวรรณคดีและวรรณกรรมจำนวนมาก เช่น        ‘แลลอดลวดลายวรรณกรรม’ ‘อ่านอย่างมีชั้นเชิง วิจารณ์เชิงมีศิลป์’ ‘สีสรรพ์วรรณศิลป์’ ‘ทอไหมในสายน้ำ’ ‘วรรณคดีศึกษา’ ฯลฯ ตลอดจนมีบทความวิชาการมากมาย  อาทิ ‘ความเป็นสากลของวรรณกรรมไทย’ ‘จิตรกรรมในวรรณคดี’ ‘รางวัลซีไรต์ สร้างสรรค์หรือทําลายวงวรรณกรรม’  

 

นอกจากการวิจัยและการผลิตผลงานทางวิชาการแล้ว อาจารย์ยังดำรงตำแหน่งคณะกรรมการต่างๆ  เช่น กรรมการสภาวิจัยแห่งชาติ  สาขาปรัชญา  ภาคีสมาชิก ประเภทวรรณกรรมศิลป์ สาขาวรรณกรรมร้อยแก้ว สำนักศิลปกรรม ราชบัณฑิตยสถานกรรมการจัดทำพจนานุกรมศัพท์วรรณคดี  ราชบัณฑิตยสถาน   กรรมการศูนย์ส่งเสริมและเผยแพร่การใช้ภาษา  ราชบัณฑิตยสถานกรรมการคัดเลือกและตัดสินรางวัลวรรณกรรมยอดเยี่ยมแห่งอาเซียน (ซีไรต์)  กรรมการตัดสินวรรณกรรมเยาวชนพระราชทาน       "แว่นแก้ว"  และดำรงตำแหน่งนายกสมาคมภาษาและหนังสือแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นต้น


 


ศาสตราจารย์ ดร.วีรชาติ เปรมานนท์

 

ศาสตราจารย์ ดร.วีรชาติ เปรมานนท์ เป็นผู้ทรงคุณวุฒิด้านดุริยางคศิลป์ที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นศาสตราจารย์ด้านดุริยางคศิลป์ สาขาดุริยางคศิลป์สากลซึ่งนับเป็นศาสตราจารย์ด้านดุริยางคศิลป์ตะวันตกคนแรกของประเทศไทย

 

ศาสตราจารย์ ดร.วีรชาติ เปรมานนท์ สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอก สาขา ดุริยางคศิลป์ จากมหาวิทยาลัย        โอ๊คแลนด์ ประเทศนิวซีแลนด์ จากนั้นได้รับทุนฟุลไบท์เพื่อศึกษาและทำวิจัยหลังปริญญาเอก ณ มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย ประเทศสหรัฐอเมริกา อาจารย์มีผลงานการเป็นวาทยากรและการประพันธ์เพลงที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางทั้งในประเทศและต่างประเทศ และได้เข้าร่วมแสดงผลงานระดับนานาชาติในฐานะตัวแทนของประเทศไทยมาอย่างต่อเนื่อง ผลงานส่วนใหญ่ได้รับการบันทึกเสียงและเผยแพร่ทั้งในยุโรปและอเมริกา บทประพันธ์หลายบทถูกนำไปใช้บรรเลงโดยวงซิโฟนีออร์เคสตร้า ระดับโลก เช่น วง The New Japan Philharmonic วง The Auckland Philharmonia Orchestra วง The Tashkent Symphony Orchestra เป็นต้น  นอกจากนี้ผลงานของอาจารย์ยังเคยได้รับรางวัลระดับนานาชาติ เช่น รางวัลที่1 จากการประกวดเพลงนานาชาติเนลสัน ประเทศนิวซีแลนด์ ครั้งที่ 26 รางวัลยอดเยี่ยมจากการประพันธ์แชมเบอร์มิวสิก ปี 2537 จัดโดยสมาคมนักประพันธ์เพลงแห่งอาเซียน

 

ปัจจุบันอาจารย์ดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ ประจำภาควิชาดุริยางคศิลป์  สาขาดุริยางคศิลป์ตะวันตก คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

 



รองศาสตราจารย์ ดร. สุจิตรา จงสถิตย์วัฒนา

Suchitra

 

รองศาสตราจารย์ ดร. สุจิตรา จงสถิตย์วัฒนา สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอก  สาขาวรรณคดีไทย จากมหาวิทยาลัยลอนดอน  หลังจากได้เข้ารับราชการเป็นอาจารย์ประจำ ภาควิชาภาษาไทย คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  ท่านเป็นผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความเชี่ยวชาญและความสนใจเกี่ยวกับกวีนิพนธ์สมัยใหม่  วัจนลีลาศาสตร์   ทฤษฎีวรรณคดีวิจารณ์ และวรรณคดีพุทธศาสนา

 

รองศาสตราจารย์ ดร. สุจิตรา จงสถิตย์วัฒนา เป็นนักวิชาการด้านวรรณคดีที่ศึกษาค้นคว้าวิจัยอย่างต่อเนื่องและได้เสนอองค์ความรู้ใหม่ๆที่ได้จากการศึกษาเป็นผลงานทางวิชาการทั้งหนังสือ ตำรา บทความวิชาการที่มีคุณค่าเป็นคุณูปการแก่วงการการศึกษาวรรณคดีไทย  หนังสือที่ใช้อ้างอิงทางวิชาการและเป็นเอกสารประกอบการศึกษาวรรณคดีของนิสิต นักศึกษาในมหาวิทยาลัยและสถาบันต่างๆ  เช่น ‘หวังสร้างศิลป์นฤมิต เพริศแพร้ว: การสืบทอดขนบกับการสร้างสรรค์วรรณศิลป์ในกวีนิพนธ์ไทยสมัยใหม่’  ‘เจิมจันทน์กังสดาล ภาษาวรรณศิลป์ในวรรณคดีไทย’  ‘พุทธธรรมในกวีนิพนธ์ไทยสมัยใหม่‘   บทความวิชาการและบทความวิจัย เช่น  ‘สีในบทกวี: ผัสสะ และสัญลักษณ์’     ‘กามนิต: รักอันนำสู่นิพพาน’  ‘อุตตมปรียา : การรังสรรค์รักเป็นอุดมคติแห่งชีวิต’  ‘The Moon: Worldly and Otherworldly Symbol in Thai Poetry’ และ ‘Modern Thai Buddhist Poetry by modern Poets : A Transformation of Wisdom’  เป็นต้น

 

ปัจจุบันรองศาสตราจารย์ ดร. สุจิตรา จงสถิตย์วัฒนา ยังคงทำงานวิจัยอย่างต่อเนื่องและมีบทบาทเป็นผู้บริหารอีกด้วย    โดยดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถาบันไทยศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และกรรมการบริหารหลักสูตรไทยศึกษา สถาบันไทยศึกษา       คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย


 



รองศาสตราจารย์ ดร.สุปาณี พัดทอง


รองศาสตราจารย์ ดร.สุปาณี พัดทอง สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอก สาขาภาษาไทย จากภาควิชาภาษาไทย คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  เป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านวรรณคดีและวรรณกรรมและยังเป็นผู้ที่มีความสามารถในการประพันธ์บทร้อยกรองประเภทต่างๆ และได้ประดิษฐ์ฉันท์ใหม่ชื่อสุวรรณีบูชิตาฉันท์อีกด้วย

 

                รองศาสตราจารย์ ดร.สุปาณี พัดทอง มีผลงานวิชาการทั้งที่เป็นงานวิจัย หนังสือ และบทความต่างๆ มากมาย เช่น ‘"เรือ" ในวรรณคดีนิราศ : มโนทัศน์กับการสร้างวรรณศิลป์’  ‘พระราชหัตถเลขาพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว:การศึกษาวิเคราะห์ทางสังคมและวัฒนธรรม’ ‘ปากกาโดม’ ‘ศิลปะการประพันธ์ภาษาไทย: ร้อยกรอง’  เป็นต้น นอกจากนี้อาจารย์ยังดำรงตำแหน่งเป็นผู้ทรงคุณวุฒิร่วมเป็นคณะกรรมการต่างๆ เช่น อนุกรรมการพิจารณาตัดสินการประกวดหนังสือดีเด่น กรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ กรรมการดำเนินงานและอนุกรรมการตัดสินบทกวี รางวัลพานแว่นฟ้า และคณะบรรณาธิการฝ่ายวิชาการ โครงการจัดทำนามานุกรมวรรณคดีไทย มูลนิธิสมเด็จพระเทพรัตนสุดาฯ เป็นต้น
รองศาสตราจารย์ ดร.สุปาณี  พัดทอง  เป็นนักวิชาการที่ได้รับการยอมรับในระดับชาติ  เป็นผู้ทรงคุณวุฒิของกระทรวงศึกษาธิการ  ปัจจุบันรองศาสตราจารย์ ดร.สุปาณี พัดทอง เป็นอาจารย์ประจำภาควิชาภาษาไทย คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

               

อาจารย์ได้รับการยกย่องว่ามีบทบาทเป็นทั้งนักเขียน นักวิจัย และนักวิจารณ์ที่ได้รับการยอมรับในแวดวงการศึกษาวรรณคดี วรรณกรรมอย่างกว้างขวาง ปัจจุบันอาจารย์ยังคงศึกษาค้นคว้าทางด้านวิชาการ  ได้รับเชิญเป็นอาจารย์พิเศษถ่ายทอดความรู้ทางด้านวรรณคดี วรรณกรรมให้แก่นิสิตระดับอุดมศึกษาของมหาวิทยาลัยและสถาบันการศึกษาต่างๆ อีกด้วย



 



ศาสตราจารย์ลีออน รูบิน (Professor Leon Rubin)

http://sites.stocksphere.com/cds/images/leon.jpg

ศาสตราจารย์ลีออน รูบินเป็นผู้ทรงคุณวุฒิทางด้านศิลปะการละคร  จากสหราชอาณาจักร ท่านเป็นผู้เชี่ยวชาญที่ดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการผู้อำนวยการสมาคมวิชาชีพแห่งบริเตนใหญ่และกรรมการราชสมาคมแห่งศิลปะ  ในปี ค.ศ. 1997 ศาสตราจารย์รูบินได้รับรางวัลเชิดชูเกียรติในฐานะผู้เชี่ยวชาญการสอนด้านการแสดงจากสถาบัน GITIS Russian Theatre Academy  กรุงมอสโก เนื่องจากมีผลงานอันโดดเด่นในโรงละครรัสเซีย  เคยร่วมงานในโรงละครแอบเบ กรุงดับลิน (สาธารณรัฐไอร์แลนด์)

 

ศาสตราจารย์รูบินมีผลงานจำนวนมากซึ่งล้วนเป็นที่รู้จักแพร่หลายไปทั่วโลกทั้งใน แคนาดา สหรัฐอเมริกา กรีซ  ไอซ์แลนด์ สหราชอาณาจักร ชิลี ญี่ปุ่น ฮ่องกง และ ไทย  นอกจากนี้ยังมีประสบการณ์ในการทำงานละครอย่างมากโดยเริ่มจากการรับหน้าที่เป็นผู้ช่วยผู้กำกับเวทีที่บริษัทรอยัลเชคสเปียร์  เป็นผู้กำกับศิลป์ให้กับ 3 บริษัทโรงละครชั้นนำของอังกฤษ รวมทั้งที่ Bristol Old Vic  กำกับละครเวทีเรื่องปีเตอร์แพนฉบับจีนเพื่อแสดงใน Hong Kong and a new Canadian play  เป็นผู้กำกับของ The West End and in New York และเป็นผู้กำกับการแสดงเวทีการแสดงขนาด 3,000 ที่นั่งที่ภูเก็ต ประเทศไทยเป็นเวลานานติดต่อกันถึง 8 ปีผลงานสร้างชื่อคือละครชุดเชคสเปียร์   ผลิตให้กับ The Stratford Festival Theatre และบริษัท Bungakuza ซึ่งเป็นบริษัทการละครชั้นนำของญี่ปุ่น

 

นอกจากผลงานด้านการกำกับละครแล้ว ศาสตราจารย์รูบินมีผลงานหนังสือเรื่อง ‘The Nicholas Nickleby Story’ และผลงานล่าสุดคือ ‘Performance in Bali’ อีกด้วย  ปัจจุบันศาสตราจารย์รูบินได้รับเชิญเป็นผู้ฝึกอบรมระดับนานาชาติบรรยายในที่ต่างๆ ทั่วโลก

 

 


ศาสตราจารย์ซานดรา ซีลินสกี้ (Professor Sandra Zielinski)

Photo of Sandra  Zielinski

ศาสตราจารย์ซานดรา ซีลินสกี้ เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านTheatre Education and Directing  ในช่วงปี ค.ศ. 1995-1997 ได้ดำรงตำแหน่งผู้บริหารของ The School of Theatre  ปัจจุบันดำรงตำแหน่งเป็นผู้จัดการของ  The School’s Theatre Education Entitlement Program รับผิดชอบและดูแลการฝึกอบรมครูผู้สอนในระดับมัธยม

 

ศาสตราจารย์แซนดี้นับเป็นกูรูที่คนสำคัญคนหนึ่งของสถาบันฝึกหัดครูด้านการแสดงและกำกับเวที (Theatre Education student teachers) ทั้งยังเป็นกรรมการในทีมผู้บริหารงานเทศกาล Region III of the American College Theatre Festivalนอกจากนี้ยังร่วมงานเป็นกรรมการกับสถาบันต่างๆ อีกมากมาย อาทิ ทำงานร่วมกับสถาบันต่างๆ ที่เกี่ยวกับการฝึกอบรมด้านการใช้เสียงในอินลินอยส์ (Illinois Articulation Initiative) กรรมการบริหารการศึกษาขั้นสูง (Board of Higher Education) ศิลปะการละครและการใช้เสียง (Theatre Arts Articulation Panel) กรรมการที่ปรึกษาด้านการประกันคุณภาพทางศิลปะ (Fine Arts Assessment Advisory Committee) กรรมการด้านการศึกษาของรัฐอินลินอยส์ (Illinois State Board of Education) กรรมการประเมินตรวจสอบและรับรอง (Content Advisory Committee for Illinois Certification Testing System) เป็นผู้ร่วมก่อตั้งและเป็นกรรมการที่ปรึกษาการบริหารงานด้านเวทีและการละครของเธียเตอร์เอดูเคชั่นเอดไวซอรี่บอร์ด (Theatre Education Advisory Board)

 

ศาสตราจารย์แซนดี้นับเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการละครและกำกับการละครที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง  สร้างผลงานด้านเวทีและการแสดงไว้มากมายในรัฐอินลินอยส์ เช่น เรื่อง Joe Turner’s Come and Gone ซึ่งได้การตอบรับอย่างดีจากผู้ชม  เรื่อง The Physicists , Kite’s Book , Heartbreak House , The Adding Machine ,  An Enemy Of The People,  A Lie of The Mind, Brighton Beach Memoirs , The Balcony , และ  For colored girls who have considered suicide/when the rainbow is engulf  เป็นต้น



ดร.คิม พีเรรา (Dr. Kim Pereira)

http://honors.illinoisstate.edu/images/kim-periera.png

ดร.พีเรราสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทด้าน English and American Literature และระดับปริญญาเอกด้าน Theatre จาก Florida State University  ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้อำนวยการหลักสูตรกิตติมศักดิ์ของมหาวิทยาลัยในปี ค.ศ. 2006                 ดร.พีเรรา เป็นอาจารย์ประจำที่มหาวิทยาลัยแห่งรัฐอินลินอยส์มาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1990  สอนรายวิชาด้าน Acting and Dramatic Literature

ดร.พีเรรา  ยังมีบทบาทในด้านการแสดงด้วย โดยสร้างผลงานด้านการแสดงหลายเรื่องในประเทศสหรัฐอเมริกาและอินเดียซึ่งเป็นประเทศบ้านเกิด  ผลงานส่วนใหญ่เน้นด้านการแสดงแนวคลาสสิกและร่วมสมัย ได้แก่ เรื่อง Shylock-the Merchant of Venice , Malvolio-Twelfth Night , Lago (Othello) , Francisco de Medici (The White Devil), Dr. Treves (The Elephant Man),  Jerry (Betrayal) , Brian (A Day in the Death of Joe Egg), Dr. Prentice (What the Butler Saw), Ganesha (A Perfect Ganesh), Robespierre (Danton’s Death)  และ  Lucky (Waiting for Godot)   ส่วนผลงานในด้านการกำกับ ได้แก่ The Trojan Women , The Taming of the Shrew, The Colored Museum , Death and the King’s Horseman, Mountain Language, Medea, Oedipus, Antigone, และ  Le Bourgeois Gentilhomme

นอกจากนี้ ดร.พีเรรา ยังมีผลงานด้านการเขียนด้วย เช่น  เขียน ‘Shakespeare in Stagebill and Asides’ ให้กับ ‘The Public Theatre’ ในนิวยอร์ก และโรงละครเช็คสเปียร์ในวอชิงตัน ดีซี และ งานเทศกาลเช็คสเปียร์ในอินลินอยส์ ด็อกเตอร์พีเรรามีกำกับการแสดง 5 เรื่อง  นำเสนอผลงานในการประชุมระดับชาติและภูมิภาคเรื่องละครแอฟริกัน-อเมริกัน อินเดีย เช็คสเปียร์และชอว์  ในปี 2001 ดร.พีเรราเขียนบทภาพยนตร์ บทบรรยาย และผลิตสารคดีความยาวสองชั่วโมงเกี่ยวกับละครอินเดียร่วมสมัยและเผยแพร่ในรูปแบบของดีวีดีและวีเอชเอส (DVD & VHS) อีกด้วย
ดร.พีเรรามีผลงานได้รับรางวัล ‘The Strand Diversity Award’ ในปี 2003. และเป็นผู้จัดทำหลักสูตรการศึกษาที่ได้รับความนิยมมากให้กับมหาวิทยาลัยแห่งรัฐอินลินอยส์ เป็นผู้เชี่ยวชาญในสาขาบทภาพยนตร์ วิทยุ บทละคร การแสดงประกอบตนตรีวงใหญ่ อาทิวงออเคสตราและวงดนตรีเครื่องเป่าและวงดนตรีเครื่องสาย และเป็นกูรูผู้ให้คำแนะนำให้กับคลื่นวิทยุดับบลิวเจบีซี (WJBC Radio) สัปดาห์ละสองครั้ง

 

ศาสตราจารย์คิม ยอง แอ (Professor Kim Young–aih)

Professor Kim Young –aih

 

ศาสตราจารย์คิม ยอง แอ เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านไทยศึกษา สาขาภาษาและวรรณคดีไทย สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี สาขาภาษาไทย จากมหาวิทยาลัยฮันกุ๊ก ภาษาและกิจการต่างประเทศ ประเทศสาธารณรัฐเกาหลี ต่อมาได้ศึกษาต่อระดับปริญญาโท สาขารัฐศาสตร์โดยเสนอวิทยานิพนธ์เรื่อง ‘Diplomacy for Independence during the WWII of Thailand’ หลังจากสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท

 

ศาสตราจารย์คิม ยอง แอได้มาอยู่ที่เมืองไทย 2 ปี  ระหว่างนั้นได้ศึกษาต่อสาขาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ณ บัณฑิตวิทยาลัย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และสำเร็จการศึกษาสูงสุดระดับปริญญาเอก สาขาวรรณคดีเปรียบเทียบจากมหาวิทยาลัย Sungshin Woman university ประเทศสาธารณรัฐเกาหลี
หลังกลับจากประเทศไทย ศาสตราจารย์คิม ยอง แอ  เข้าทำงานเป็นอาจารย์ประจำภาควิชาภาษาไทย คณะภาษาตะวันออก ณ มหาวิทยาลัยฮันกุ๊ก ภาษาและกิจการต่างประเทศ ประเทศสาธารณรัฐเกาหลี  ในปี 2006-2008 ดำรงตำแหน่งคณบดี  คณะแอฟริกันและอาเซียนศึกษา ตลอดเวลาของการทำงานในฐานะของนักวิชาการ ศาสตราจารย์คิม ยอง แอ ได้ผลิตผลงานวิชาการทั้งที่เป็นหนังสือ ตำราและบทความวิชาการเกี่ยวกับภาษาและวัฒนธรรมของไทยและเกาหลีจำนวนมาก



 



ศาตราจารย์ ดร.คาเรน โคทส์ (Karen Coats)

 


คาเรน โคทส์เป็นศาสตราจารย์สาขาภาษาอังกฤษของมหาวิทยาลัยแห่งรัฐอิลลินอยส์ มีความเชี่ยวชาญด้านวรรณกรรมเด็กและเยาวชน(children's and young adult literature) สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยจอร์จวอชิงตัน โคทส์สนใจการบูรณาการศาสตร์ที่เกี่ยวกับมนุษย์ ความหลากหลายของวิถีชีวิตมนุษย์ในโลกแห่งความหมายและการสื่อสารผ่านภาษาและการสื่อเชิงสัญลักษณ์

 

โคทส์เสนอหัวข้อวิทยานิพนธ์เกี่ยวกับการศึกษาความเข้าใจของเด็กและวัยรุ่นที่มีต่อหนังสือ ภาษาและภาพตลอดจนปฏิสัมพันธ์ที่พวกเขามีต่อวรรณกรรมในเชิงการรับรู้และกระแสนิยม 

 

โคทส์เป็นเจ้าของผลงานเรื่อง ‘Looking Glasses’ (กระจกมอง) และ ‘Neverlands: Lacan, Desire’ (แดนมหัศจรรย์ในความฝันของลูแคน) งานหลักที่ทำเกี่ยวกับวรรณกรรมสำหรับเด็ก   เป็นบรรณธิการร่วมของ ‘The Gothic in Children's Literature: Haunting the Borders’ และมีผลงานเป็นคู่มือการทำวิจัยด้านวรรณกรรมเยาวชนและวรรณกรรมสำหรับเด็ก

 

 


Assoc.Prof.Dr. Anissa Fung



Dr. Anissa Fung studied for her Bachelor of Arts Degree in ceramics and sculpture in the Central St. Martin College of Art & Design, UK. She then got a Master of Arts Degree in ceramics product design from the London Royal College of Art. She was then awarded Doctor of Fine Art by the Royal Melbourne Institute of Technology University in Australia. Fung creates art works, lectures and researches on interdisciplinary arts education. Fung's artworks have been widely exhibited in more than 50 local and overseas exhibitions. Her ceramics are archived by the Hong Kong Museum of Art, Hong Kong Heritage Museum, Flagstaff House Museum of Tea Ware, University Art Museum of Guangzhou Academy of Fine Arts, overseas art organizations and private collectors.

 

Fung has exhibited a rich variety of creative ceramic sculptures in her solo exhibitions namely: "Hong Kong Artist Series (I)—Anissa Fung", "My Soliloquy", "Space between Fingers", and "Winds of Thrills". Besides, Fung has published articles and books on integrated learning of the arts. Her multi-professional accomplishments in teaching, creative art output and community knowledge transfer activities are significant and evident in her gaining of "Excellence in Teaching Award 2008-2009" in the Faculty of Arts and Sciences, "Knowledge Transfer Project Award 2011", and also the "Prize of Excellence in Tea Wares Design Competition 2009" presented by the Flagstaff House Museum of Tea Wares, Museum of Art, Hong Kong. Dr Fung is Assistant Professor in the Department of Cultural and Creative Arts, HKIEd, and also former chairperson of the Contemporary Society of Ceramics (HK).

 

Dr Anissa Fung is the founder and Project Leader of the Visual Arts Education and Community Development Project (VAECD) (http://www.ied.edu.hk/vaecd), Project Leader of the Commmunity Arts and Sports School (CASS) (http://www.ied.edu.hk/cass), and Chairlady of the Departmental Learning and Teaching Committee in the Department of Cultural and Creative Arts, Hong Kong Institute of Education. She is also professor of the Hanyang University International Summer School in Seoul in 2009, 2010 and 2011.